ห่างเหินแต่มิอาจห่างหาย
Angel Chicken มาแล้วจร้า
ตอน สเวนเซ่นที่รัก
ตอน เที่ยวตลาดโบ้เบ้กับม่าม๊าคร๊าบ!!
ทำบุญกับโรงพยาบาลราชวิถี(ตอนที่2)
หอศิลป์ฯกรุงเทพมหานคร ศิลปะคู่บ้านคู่เมือง(ตอนที่2)
หอศิลป์ฯกรุงเทพมหานคร ศิลปะคู่บ้านคู่เมือง(ตอนที่1)
ตัดผมใหม่ถูกใจไหมเอ่ย
มหานครแห่งขี้หมา
สวัสดีเมืองไทย I LOVE THAILAND
มานี มานะ
ขายหัวเราะ มหาสนุก
ทำบุญกับโรงพยาบาลราชวิถี(ตอนที่1)
เกมวัดดวง
บริษัทหรรษา(มหาชน)
เรียงความวันแม่
เกษตรศาสตร์ ศาตร์แห่งแผ่นดิน
เหนื่อยจัง ออกกำลังกาย (O_o)!!
งานเทศกาล ชิงช้า กับ ม้าหมุน
หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน(ตอนที่2)
หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน(ตอนที่1)
3 KINGDOMS ONLINE
โอมเพี่ยง!!
นักล่าฝัน
ทะเลพัทยา......เวลาค่ำคืน
260626 วันนี้ผมอายุ26
พ่อของผมชื่อปะป๊า
เราจะข้ามเวลามาพบกัน




หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน(ตอนที่2)

 

เอาหละครับพี่น้องชาวไทยหลังจากที่ทีมงานสำรวจธรรมชาติของเราอิ่มหนำสำราญกับอาหารเมื้อนี้แล้วทุกคนก็หาที่หลับที่นอนกันตามสุมทุมพุ่มไม้ต่างๆ อุ้ย!!ไม่ใช่ เราก็เริ่มออกเดินทางกันต่อครับท่าน ยิ่งพอช่วงบ่ายๆอากาศก็เริ่มจะร้อนขึ้นเรื่อยๆนะครับ ดังนั้นแผนของเราก็คือมุ่งหน้าไปดูสัตว์ในห้องแอร์กันต่อครับ 5555+ หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2

หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2

 

 

 

เป็นความคิดที่ดีมากครับ ทันใดนั้นทีมงานของเราก็มุ่งหน้าไปอาคารแสดงสัตว์เลื้อยคลานกันเลยครับ  แต่ก่อนจะไปถึงพวกเราก็แวะชื่นชมสัตว์แสนรู้ที่พนักงานนำออกมาให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันนะครับก็จะมี ตัวสกั๊ง หมีขอ และนกแก้วมาร์คลอ ทุกตัวแสนรู้น่ารักมากๆเลยครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วยนะครับเพราะต้องเสียตังค์ค่าถ่ายรูปด้วย ทริปนี้เรามาแบบประหยัดกันครับ คิคิ

 

และแล้วหลังจากที่นอกลุ่นอกทางอยู่พักนึงเราก็เดินทางมาถึงส่วนแสดงสัตว์เลื้อยคลานกันจริงๆซะทีเข้าไปปุ๊บเราก็เจอพี่เต่าเลยครับ มีให้ดูหลายสายพันธ์ครับ ตั่งแต่เต่าน้ำจืด น้ำทะเล เต่าบก เต่าขนาดใหญ่ซึ่งแต่ละชนิดก็มีความน่ารักแตกต่างกันไปรอบนี้ก็ดูๆกันไปเรื่อยๆยังไม่ได้ความรู้อะไรมากมายหรอกครับ เราจะกลับมาที่นี่อีกตอนกลางคืนครับ

 

 

หลังจากที่เราได้ดูพี่เต่ากันอิ่มใจแล้ว เราก็เคลื่อนที่ มาดูอุ้ย....” เคลื่อนที่”จะบ้าเหรอคนนะเฟ้ยไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลาน เหอๆ เราก็ย้ายที่มาดูตัวเงินตัวทองประเภทต่างๆกันต่อครับ

มีที่แปลกๆด้วยนะ ก็จะมีประเภทที่ตัวสีเขียวทั้งตัว อะไรประมาณนั้นนะครับ นอกจากนั้นก็จะมีไอ้เจ้าตัวที่เราเรียกมันว่า อีกัวน่า อีน่ากลัวนั้นเอง 555+ จริงๆแล้วผมว่าเค้าน่ารักดีนะครับ น่าเอามาเลี่ยงซักตัวเหมือนกัน แต่ติดดูแล้วไม่เอาดีกว่าให้เค้าอยู่กับธรรมชาติดีที่สุดครับผม

 

 

       โอวท่านผู้อ่านทั้งหลายครับ ตอนนี้น่าตื่นเต้นมากครับ เพราะเรากำลังเดินเข้ามาในปากจระเข้แล้ว ก๊ากๆๆๆๆๆๆ ไม่ใช่(มันจะเล่นมุกไปถึงไหนเนี่ย)  ตอนนี้นะครับ เราก็เดินทางมาถึงส่วนแสดงพันธ์จระเข้แล้วครับ ในแต่ละบ่อนะครับก็จะจัดแสดงจระเข้สายพันธ์ต่างๆไว้เยอะแยะเลยครับ แรกๆผมมองดูก็นึกว่าเป็นรูปปั้นเพราค้านิ่งมากเลยครับ มาจ้องดูดีๆถึงรู้ว่าจระเข้เป็นๆตอนเค้ากระพริบตาครับ ดูแล้วก็น่าเกรงขามจริงๆนะครับ บางตัวนี้อ้าปากกว้างเห็นเขี้ยวทุกเล่มเลยก็ว่าได้ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าถูกกัดนี้จะเป็นยังไง เหอๆๆ

 

 

       เดินทางกันต่อครับ คราวนี้ถึงคิวพี่งูกันมั่งแล้วครับ พอเราเปิดประตูเข้าไป เจ้าหน้าที่สวนสัตว์กำลังให้อาหารพี่งูอยู่พอดีครับ เจ้าหน้าที่ใช้ไม้คีบงูให้หนูกิน”เอ๊ยไม่ใช่” คีบหนูให้งูกินอยู่พอดี5555+ ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น สงสารหนูก็สงสาร แต่ก็ยืนดูด้วยความที่ไม่เคยเห็น ว่าแล้วทำใจไม่ได้เดินไปดูตัวอื่นๆมั่งดีกว่า ที่นี้เค้าก็มีการจัดแสดงงูอยู่หลายสายพันธ์เลยทีเดียว มีตั้งแต่ขนาดเล็กมากไปจนใหญ่โตมโหฬาร แต่ก็ไม่ถึงกับเจ้าอนาคอนด้าหรอกนะครับ พร้อมกันนั้นบริเวณทางออกยังมีโครงสร้างกระดูกงูให้เราดูกันอีกด้วยครับ จะว่าไปแล้วการมาสวนสัตว์นอกจากจะได้เปิดหูเปิดตาดูสัตว์นานาชนิดแล้วก็ยังได้ความรู้อีกไม่น้อยนะครับ

 

 

       พูดถึงสาระความรู้แล้ว วันนี้ที่สวนสัตว์ก็มีพี่ๆใจดีจากโอวัลติน มาทำกิจกรรมสนุกๆพร้อมแจกโอวัลตินให้ดื่มกันฟรีๆอีกด้วยครับ น้องแองเจิ้ลของเราจะพลาดได้ไง งานนี้เลยต้องแวะพาเข้าไปชมการ์ตูนเอนิเมชั่นจากโอวัลตินกันซักหน่อย เรื่อราวก็เกี่ยวกับซุปเปอร์มอล ที่พยายามจะช่วยโลกให้พ้นจากสภาวะโลกร้อน ผลจากน้ำมือมนุษย์อย่างเราๆนี่หละครับ  นั่งดูยังไม่ทันจะถึงนาทีเลยครับ หันไปดุสมาชิกแต่ละคนนั่งหลับกันหมดเลย ส่วนน้องแองเจิ้ลก็ไม่ได้สนใจการ์ตูนเลยครับ วิ่งเล่นกันซะอย่างนั้น  พอการ์ตูนจบเจ้าหน้าที่เปิดไฟ เช็ดน้ำลอยกันแทบไม่ทัน นั่งหลับกันอย่างพร้อมเพรียง (ก็แอร์มันเย็นนี่หว่า)

 

 

       หลังจากดูพี่มอลช่วยโลกได้แล้วเราก็เดินทางกันต่อครับ แวะถ่ายรูปกันตลอดทางเลย มาถึงจุดบริการโอวัลตินให้ดื่มฟรีกันแล้ว แต่ละคนเล่นซะคุ้มค่าบัตรเข้าสวนสัตว์เลย โดยเฉพาะน้องตุ๋ย สาวผมหยิกเพื่อนร่วมทางคราวนี้ เธอชอบเล่นเกมส์ครับ เข้าไปเล่นกับเค้าทางฐานเลย  สุดท้ายรางวัลที่ได้ก็โอวัลตินนั้นหละครับ งานนี้เลิกกินกันไปข้างเลยก็ว่าได้ เฮ้อ โอวัลตินเนี่ย และในขณะที่น้องตุ๋ยยังคงอยู่ที่ซุ้มโอวัลติน ผมเองก็ได้เดินข้ามฝั่งมาดูแม่มะลิ ฮิปโปอายุสี่สิบกว่าปีกำลังยืนหม่ำๆไม่สนใจใครทั้งนั้น (ก็ถึงเวลาเค้ากินแล้วอะนะ)แม่มะลิเค้าลูกดกนะครับให้ลูกกับทางสวนสัตว์นี่ถึงสิบ

สามตัวแล้ว หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2 โหแม่มะลินี่สุดยอดเลยครับ

 

 

       เอาหละมาว่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวของเรากันต่อ สถานีต่อไปของเราก็คือหลุมหลบภัย สำหรับที่นี่จะต้องบอกให้ทราบก่อนเลยนะครับว่าไม่ใช่หลุมหลบภัยที่สร้างขึ้นมาใหม่แต่เป็นหลุมหลบภัยที่สร้างขึ้นมาไว้ใช้งานจริงๆ ตั่งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองเห็นจะได้ เค้าเล่ากันว่า เป็นหลุมหลบภัยสาธารณะที่ช่วยเหลือคนไทยให้รอดชีวิตมาแล้วกว่าหกสิบชีวิต ซึ่งหน้าแปลกใจมากเลยครับว่า อยู่กันได้ยังไงถึงหกสิบคนห้องเล็กนิดเดียว  บรรยากาศภายในก็หน้ากลัวๆผมเลยไม่กล้าถ่ายรูปมาให้ดูกัน กลัวถ่ายติดอะไรออกมานะครับ อย่างไรก็ตามที่นี่คือหนึ่งโปรแกรมในUnseen in Thailandเลยนะครับ

 

 

จากหลุมหลบภัยตอนนี้เราเดินทางมุ่งหน้ามาเรื่อยๆผ่านส่วนแสดงพันธ์สัตว์ประเภท เก้ง กวาง ซึ่งในบริเวณนี้รู้สึกจะมีอยู่ตัวนึงที่ได้รับพระราชทานจะสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถฯซึ่งทางสวนสัตว์ก็ได้นำมาจัดแสดง ดูแลเป็นอย่างดีเลยที่เดียว ที่สำคัญยังต้องให้เกียรติเรียกกวางตัวนี้ว่าคุณพริ้งหรืออะไรซักอย่างนี่อะครับจำไม่ค่อยได้ แต่เค้าก็น่ารักกันดีนะครับ

 

 

       เอาหละครับมาถึงตรงนี้ เริ่มสื่อแววว่าเจ้าตัวน้อยน้องแองเจิ้ลจะมีปัญหาซะแล้ว เพราะงอแงไม่ยอมเดินต่อซะแล้ว ร้องจะกินนม และก็ต้องอุ้มด้วย ไม่งั้นไม่ยอมไปต่อเด็กนะครับนี่ก็คงจะถึงเวลานอนของเค้านะครับ เดินทางมาทั้งวันแล้วทั้งเหนื่อยทั้งง่วงผสมปนเปกันไป  แต่พี่มดกับพี่หนุ่มก็พยายามไม่ให้หลับตอนนี้ เพราะการเดินทางของเรายังอีกไกลครับ แต่ก็แปลกนะครับพอเห็นกล้องเข้าหน่อยจะรีบเก๊กท่าถ่ายรูปสู้กล้องทันที สงสัยโตขึ้นอนาคตวงการบันเทิงแน่ๆเลย หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2

หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2

 

 

       หลังจากแองเจิ้ลได้รับพลังมอลสกัดจากโอวัลตินก็กลับมาสดใสร่าเริงได้อีกครั้งแต่ก็ไม่รู้จะนานขนาดไหนะครับ ตอนนี้เราเดินทางมาถึงบริเวณบึงน้ำแล้วครับ กำลังตัดสินใจว่าจะเดินไปทางไหนต่อ พี่หนุ่มเลยแนะนำให้ทุกคนไปปั่นเรือเล่น หลังจากที่ยืนตัดสินใจกันอยู่ซักนึง ก็ได้ข้อสรุปว่าพี่หนุ่มพี่มด น้องแองเจิ้ลลงไปปั่นเรือเล่นครับ ส่วนพวกเราก็หาที่นั่งพักรอพี่ๆเค้าไปสร้างบรรยากาศครอบครัวที่น่ารักกันก่อน ช่วงนี้เป็นเวลาที่ดีของผมครับได้พักขาหน่อย นั่งเหยียดขานวดเบาๆแก้ปวดเมื่อย ไม่นานครับพี่หนุ่มพี่มด น้องแองเจิ้ลก็ขึ้นจากเรือ “ไม่ไหวปั่นไม่ไหว ปวดขามาก ที่สำคัญ น้องแองเจิ้ลหลับไปแล้วหละครับ

 

 

       ตอนนี้เราเลยต้องหาที่ชาร์ตแบตให้ตัวเองระหว่างที่น้องแองเจิ้ลหลับ มาหลบพักข้างศูนย์อาหารครับ ผมก็เดินไปซื้อน้ำมาเติมใส่กระติกไม่น่าเชื่อครับน้ำแจ็งที่ซื้อมาตอนเช้ายังไม่ระลายเลยน้ำยังเย็นฉ่ำชื่นใจประมาณน้ำแข็งมีมากกว่าครึ่งกระติกได้ครับ กระติกน้ำใบนี้ดีจริงๆเลยครับ ว่าแล้วในระหว่างนี้เราก็มาเล่นเกมส์ตู้กันกว่าแองเจิ้ลจะตื่นก็หมดตังค์ไปไม่น้อย 555+

 

 

       เวลาผ่านไปสามสิบสี่สิบนาทีเห็นจะได้ดูท่าว่าแองเจิ้ลจะนอนยาวพี่หนุ่มเลยจัดการปลุกแองจิ้ลไปเที่ยวกันต่อ เดินออกจากบริเวณศูนย์อาหารข้ามถนนไปก็เจอเจ้านกฟาร์มิงโก้จำนวนไม่น้อยเลยครับ นกฟาร์มิงโก้นี่เค้าก็จะเป็นนกอพยพที่หากินกันตามแหล่งธรรมชาติ เค้าว่ากันว่าเวลานกฟาร์มิงโก้เดินทางอพยพย้ายถิ่นที่จะยาวเหยียดเหมือนทางช้างเผือกเลยทีเดียวครับ เพราะเนื่องจากนกฟาร์มิงโก้เค้าจะอยู่กันฝูงนึงจำนวนมากซึ่งก็น่าจะหลายร้อยหลายพันอยู่ทีเดียวครับ

 

 

       นี่เป็นเพียงแค่ด้านหน้าทางเข้าส่วนแสดงนกเท่านั้นนะครับ ด้านในนี่ยังมีอีกเยอะเลยทีเดียวแต่ก็เองก็ไม่แน่ใจว่าจะเล่าได้ครบทุกตัวทุกพันธ์รึเปล่า พราะด้านใน ทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เค้าจะมีป้ายแสดงสาระความรู้ต่างเพียงบางจุดเท่านั้น เหตุผลเพราะต้องการให้ส่วนแสดงนกนี้เป็นธรรมชาติมากที่สุด อย่างทิ่ออกตัวไว้ครับไม่รู้จริงๆว่ามีนกสายพันธ์ และ ชนิดใดบ้างเยอะแยะไปหมด งานนี้เลยได้แต่ดูและถ่ายรูปกันเพลินๆ ส่วนน้องแองเจิ้ลตอนนี้กลับมาร่าเริงแล้วแต่ก็ยังไม่ยอมเดินนะคงจะเหนื่อยอยู่ครับ

 

 

       จากส่วนแสดงนกเราก็ออกเดินทางต่อครับ คราวนี้เราก็เดินเก็บภาพบรรยากาศต่างๆภายในเขาดิน จนกระทั้งอยู่เจอที่เจอทางเหมาะก็แกะห่อข้าวออกมานั่งทานกันอีกรอบ ระหว่างที่เค้าทานกันอยู่เนี่ยผมก็เดินถ่ายรูปต่อไปเรื่อยๆ จริงๆแล้วบอกได้เลยครับว่าที่เขาดินก็เป็นอีกสถานที่ที่เป็นเหมือนปอดของคนกรุงอย่างเราๆ แต่คงต้องดูแลเรื่องความสะอาดกันใหมากหน่อย เพราะดูจะสกปรกเหลือเกิน ก็ไม่ใช่ใครหรอกครับ พวกเรานักท่องเที่ยวทั้งหลายนี้เอง  ที่ไหนมีความสะดวกสบาย ที่นั้นก็มักจะมีผู้ทำลายเป็นเรื่องปกติ แต่ช่วยกันเถอะครับ จิตสำนึกนะปลูกกันไม่ยากแต่ปลูกแล้วต้องหมั่นฝึกฝนให้เกิดความเคยชิน นี่คือสิ่งหนึ่งที่คนในบ้านเมืองเราขาดๆกันอยู่อายฝรั่งมังค่าเค้ามาเที่ยวบ้านเราครับ หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2

หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2

      

 

 

 

 

เอาหละหลังจากที่ทุกคนอิ่มหนำสำราญ ประมาณว่าลดสำภาระที่ถือไปไว้ในท้องแทนกันหมดแล้วเนี่ย เราก็ออกเดินทางกันต่อครับ จริงๆแล้วก็อยากจะเข้าไปดูนกแพนกวิ้นกันต่อนะครับ แต่ต้องเสียตังค์อีกรอบถึงจะได้ดูเราก็เลยตัดสินใจไม่ดูดีกว่า ไม่เข้าใจเลยทำไม่จ่ายครั้งเดียวไม่จบต้องมาจ่ายนั้นจ่ายนี้เรื่อยๆถึงจะได้ดู ผมว่ามันควรจะเก็บค่าบริการครั้งเดียวนะ ไม่รู้ดิ? คุณๆว่าไงกันครับ

 

 

ถัดมาอีกไม่ไกลกันครับเราก็มาจอเจ้านี่เลย จิงโจ้แคระ เค้าน่ารักมากเลยครับ ถึงจะยืนหม่ำๆกันอยู่แต่พอพวกเราเข้าไปยืนดูเค้า เค้าก็ออกมายืนให้เราถ่ายรูป และก็เดินเข้ามาใกล้เรามากๆ ก็เลยได้เก็บภาพจิงโจ้แคระได้ใกล้ๆกันหน่อย ก็นบได้ว่าการเดินทางมาสวนสัตว์ครั้งนี้ได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ขึ้นอีกเยอะเลยทีเดียวครับผม

 

 

ไปกันต่อเลยดีกว่า ตอนนี้ก็ใกล้จะหกโมงเย็นแล้วหละครับ โดยปกตินี่หกโมงสวนสัตว์น่าจะปิดแล้วนะครับ เราก็รีบเดินหน้าไปดูพี่ช้างกันต่อเลย สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยเรา ซึ่งเป็นอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ถ้าใครลองสังเกตุดีๆนะครับ ช้างสายพันธ์ไหนๆก็ไม่น่ารักเหมือนช้างไทยเรา ดูเค้ามีความน่ารักกว่าเยอะเลยทีเดียว แต่ทุกวันนี้ช้างไทยเราน่าสงสารครับ ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ยังมีช้างอีกจำนวนม่น้อยนะครับที่รอการช่วยเหลือจากเราๆ เค้าน่าสงสารกันมากๆเลยนะครับ ผมว่า คนไทยราก็ดูแลเค้าให้มากกว่านี้สมกับที่เค้าสู้รบปรบมือกู้บ้านกู้เมืองจนเรามีที่ซุกหัวนอนกันทุกวันนี้ สู้ๆครับช้างไทย

 

 

มาถึงตอนนี้ดูเวลาหน้าจะพอสมควรแก่การบันทึกความทรงจำที่หน้าประทับใจแล้ว ในขณะที่เรากำลังเดินทางจะออกนอกเขาดิน น้องตุ๋ยสาวผมหยิกเพื่อนร่วมทางของเราก็บอก”พี่ๆๆวันนี้เขาดินเค้าปิดสามทุ่มนะ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์” พี่หนุ่มเสริมเลยทันที “เอางั้นเราอยู่ส่องสัตว์กลางคืนกันดีกว่า เดี๋ยวซื้อตั๋วรถรางให้เจ้าน้าที่เค้าพาชม 20 บาทเอง ว่าไงๆ” เอาไงก็เอากันอะครับ มาครั้งแรกเอาให้คุ้มกันไปเลย ปรากฏว่าเราก็อยู่กันต่อครับ รอเวลารถออกหนึ่งทุม ในระหว่างรอผมเองก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ถ่ายรูปตัวเองบ้างเนี่ยอครับ พร้อมกันนั้นทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ก็ได้มีการนำช้างออกมาแสดงความสามารถ น่ารักกันจริงๆครับ สั่งให้ทำอะไรก็ทำตาม แสนรู้มากๆลยทีเดียว

 

 

หนึ่งทุ่มตรงเวลารถออกครับ เส้นทางเดินรถก็เหมือนกับที่เราเดินกันทั้งวันเด๊ะเลย แต่คราวนี้นั่งไปไม่ต้องเดิน มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้พวกเราด้วยครับ ตลอดเส้นทางเราก็จะได้เห็นสัตว์ต่างๆที่เราเดินดูกันตอนกลางวัน อย่างพี่เสือขาวที่นอนหลับอยู่ครั้งที่เราเดินผ่าน ตอนนี้ก็ตื่นมายืนเด่นตระง่านหน้าเกรงขามมากๆเลยทีเดียว ตลอดการเดินทาง อย่างที่บอกก็จะมีเจ้าหน้าที่ให้ความรู้รวมถึงบอกเล่าความเป็นมาของเขาดินให้เราฟังด้วย ผมเองก็เพิ่งจะรู้นี่หละครับ

 

       สวนสัตว์ดุสิต หรือท่เราเรียกกันว่าเขาดินนะครับ เดิมเป็นพระราชอุทยานส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2438 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นบริเวณที่ราบด้านตะวันออกของพระราชวังดุสิต ตามแบบอย่างของต่างประเทศที่พระองค์เคยเสด็จไปทอดพระเนตรมาครับ  การก่อสร้างพระราชอุทยานเริ่มด้วยการขุดสระน้ำขนาดใหญ่เป็นรูปพระราชหัตถเลขา พระปรมาภิไธยย่อ "จ.ป.ร." ขุดคูคลองระบายน้ำ ทำถนนเชื่อมตัดผ่านจากคลองเปรมประชากรเข้าไปโดยรอบหลายเส้นทาง ดินที่ขุดขึ้นมาได้ก็นำมาใช้ในการถมเนินและปลูกต้นไม้ครับ พระองค์จึงโปรดเรียกที่นี้ว่า "เขาดินวนา"นั้นเองครับ

 

        สำหรับพระราชอุทยานแห่งนี้ ใช้เป็นที่เสด็จประพาส เพื่อทรงเปลี่ยนพระราชอิริยาบถแต่เพียงอย่างเดียวครับ  ยังไม่มีการนำสัตว์ชนิดใดมาเลี้ยงไว้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระราชอุทยานสวนดุสิตแห่งนี้ ถูกปล่อยทิ้งรกร้างเป็นเวลาหลายสิบปีเลยทีเดียวครับ

 

        ต่อมาครับภายในปี พ.ศ. 2481 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล    จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลขอพระราชทานสวนดุสิต มาจัดตั้งเป็นสวนสัตว์และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนครับ ซึ่งเพิ่มเติมจากสวนลุมพินี ที่มีอยู่แล้ว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้ ทั้งยังทรงพระราชทานกวางดาว ลูกหลานกวางดาวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำมาจากอินโดนีเซีย เมื่อครั้งเสด็จประพาสหมู่เกาะชวา เมื่อ พ.ศ. 2451 และสัตว์อื่นอีก 2-3 ชนิด จากสวนกวางบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน มาเลี้ยงไว้ในเขาดินวนา ตั้งชื่อสวนสัตว์นี้ว่า "สวนสัตว์ดุสิต"นั้นเองครับผม(ขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดียด้วยครับ)

         นอกจากนั้นนะครับ ตลอดเส้นทางการส่องสัตว์เจ้าหน้าที่จะเคยอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ประเภทนั้นๆอีกเยอะแยะมากมายนะครับ อาทิเช่น สอนวิธีดูเพศของเต่า วิธีแยกประเภทจระเข้น้ำจืด น้ำเค็ม อธิบายความเป็นมาของหลุมหลบภัย และสถานที่สำคัญๆภายในเขาดินแห่งนี้ด้วยครับผม เอาเป็นว่าการมาครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าจริงๆครับ ได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมอีกเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว เราเองมีโอกาสได้มาเที่ยวสวนสัตว์แบบนี้ก้พลอยให้นึกถึงเจ้าโอมเพี่ยงหลานจอมซนอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด ไว้มีโอกาสคงจะได้พาเค้ามาเที่ยวอีกครั้ง เด็กๆคงจะชอบนะครับผมว่า

         ในที่สุดการเดินทางของขบวนรถรางก็ได้มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว สำหรับตัวผมเองก็คงจะปิดบันทึกการเดินทางในวันนี้ด้วยเช่นกันครับ นับเป็นประสบการณ์ดีสำหรับคนไม่เคยมาเที่ยวสวนสัตว์อย่างตัวผม เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่สนุกสนาน เหนื่อย แต่ก็มีความสุข ขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทางในวันนี้ ถ้าไม่มีเค้า วันนี้ผมก็อาจจะไม่รู้จักเขาดินจริงๆซักที ขอบคุณพี่หนุ่ม พี่มด น้องแองเจิ้ล  ตุ๋ย ออฟและก่อ ที่มาร่วมกันสร้างประสบการณ์หน้าประทับใจครั้งนี้ครับ ราตรีสวัสดิ์พี่น้องชาวไทย สวัสดีครับ

 


หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2 หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2 หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน ตอนที่2

     Share

<< หนึ่งวันเที่ยวเขาดิน(ตอนที่1)งานเทศกาล ชิงช้า กับ ม้าหมุน >>

Posted on Sat 8 Aug 2009 23:58





Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh